รีวิวงาน AWS re: Invent Recap 2023 – Top Cloud Computing Trends 2024

รีวิวงาน AWS re: Invent Recap 2023 – Top Cloud Computing Trends 2024

Clock Icon2024.03.04

สวัสดีครับ ทุกคนสบายดีไหมครับ กลับมาเจอกันอีกครั้งกับเบนจ์—เบนจามิน

โดยในวันนี้ครับผมจะมาเล่าถึงงาน AWS re: Invent Recap 2023ที่ผมไปเข้าร่วมเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2024 และเหตุผลที่ผมไปนั่นก็เพราะว่าในปี 2023 ที่ผ่านมา ทาง Classmethod Japan ได้ยกทีมกันไปร่วมงาน AWS re: Invent 2023 ถึง 100 กว่าคน! ด้วยความที่ผมอยู่สาขาไทยแต่มีใจอยากไปด้วย พอมีอีเวนท์ที่ตรงใจแบบนี้ผมเลยขออนุญาตหัวหน้าและเข้าร่วมในทันใดครับ

AWS re: Invent Recap 2023

งานนี้จัดผ่านกิจกรรม Cloudtalk โดยทาง true IDC ร่วมกับ AWS ที่ทรู ดิจิตอล ปาร์ค ตั้งแต่ 13.30 - 16.00 น. (ถ้าหากมีทีมงานของทั้ง 2 ทีมได้ให้เกียรติเข้ามาอ่านบล็อกนี้ ผมต้องขอขอบคุณมากเลยครับที่อุตส่าห์จัดงานดี ๆ แบบนี้ให้กับพวกผมครับ ^-^) ซึ่งผมต้องขอบอกเลยครับว่าเป็นการอัด keynotes ของงาน AWS re: Invent 2023 ที่มีเนื้อหามากกว่า 1,000 เซสชั่นให้อยู่ภายใน 2 ชั่วโมง! โดยเนื้อหาของการ Recap ในครั้งนี้จะแบ่งออกเป็น 4 ส่วนหลัก ๆ ครับ

  • Top Cloud Computing Trends 2024

  • Data Analytics & GEN AI

  • Modern Application and Development

  • Infrastructure and Security

ในบทความนี้ ผมขออธิบายในส่วนของ Top Cloud Computing Trends 2024 ก่อนละกันครับ เนื่องจากเนื้อหาในแต่ละส่วนนั้นค่อนข้างแน่น ผมเลยขออนุญาตแบ่งเป็นบทความแยกและทยอยโพสต์ให้ทุกท่านได้อ่านด้วยกันครับ

เอาล่ะ ถ้าพร้อมแล้ว เราไปเริ่มกันเลยดีกว่าครับ

จากรายงานของ Gartner Inc. ได้แจ้งว่าภายในปี 2024 จะมีการใช้งาน Cloud อยู่ที่ 7 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐจนในปี 2027 จะพุ่งขึ้นสูงถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เพราะว่า Cloud จะถูกเปลี่ยนจากการใช้งานในฐานะของ Technology Disrupt สู่ Business Necessity

ในปัจจุบัน Cloud ได้เข้ามาตอบโจทย์และลด Pain Point มากมายจาก Physical Server อาทิ การไม่จำเป็นต้องมี Server Hardware, ไม่ต้องเตรียม Data Center เอง, ไม่ต้องสร้างเครื่องมือขึ้นใหม่ หรือมีทีมงานคอยดูแลตลอด 24*7 ชม. เพราะว่า Cloud Capability มี as a service ให้เราใช้มากมาย ทั้ง IaaS, PaaS, SaaS รวมไปถึงเซอร์วิสใหม่ ๆ ทั้ง Cloud Native และ Serverless ที่เข้ามาตอบโจทย์ธุรกิจได้ และ Gartner รายงานว่าในปี 2028 Cloud นั้นจะเปลี่ยนจาก Technology Disrupt สู่ Business Necessity เพราะว่า Cloud นั้นจะกลายเป็นองค์ประกอบหลักที่จะทำให้ธุรกิจมี Solution ที่เอาชนะและอยู่เหนือคู่แข่งได้นั่นเองครับ

แล้วเทรนด์ไหนบ้างที่ช่วยขับเคลื่อนให้ Cloud ไปสู่การเป็น Business Necessity

1.AI AS A SERVICE

ต้องบอกก่อนเลยครับว่า AI กับ GEN AI ต่างกัน (วิทยากรเขากล่าวมาแบบนั้นนะครับ)

การใช้ GEN AI คือการ Generate สิ่งใหม่ ๆ ออกมาเป็น Outcome แบบไม่ซ้ำเดิม แต่ AI หรือ Machine Learning จะเรียนรู้ข้อมูลและแสดง Outcome ที่เป็นการพยากรณ์ข้อมูลออกมาซึ่งจะมีความแม่นยำกว่า แต่พื้นฐานของทั้ง 2 คือการใช้ข้อมูลนั่นเอง ในปัจจุบัน หลาย ๆ ธุรกิจเริ่มสำรวจแล้วว่าจะใช้ AI ในธุรกิจของเขาอย่างไรดี ตัวอย่างที่เราเห็นว่าในชีวิตประจำวันเช่น Chat GPT ที่ใช้ AI เป็น Search Engine หรืออย่าง Speech to Text, Text to Speech ที่เป็นการนำ AI มาล่ามสดผ่าน VDO ซึ่งนี่คือหนึ่งตัวอย่างในการใช้ AI as a Service เพื่อเสนอเป็น Solution ให้กับธุรกิจครับ

2.MULTI-CLOUD & DISTRIBUTED CLOUD STRATEGIES

Fox Report รายงานว่า ในปี 2024 มีองค์กรใช้ Multi Cloud เพิ่มขึ้นถึง 8.5% โดยมีเหตุผลประกอบด้วยกัน 3 ข้อหลัก ๆ

  1. ธุรกิจต้องการดึงจุดแข็งของแต่ละ Cloud มาใช้เพื่อสร้าง Solution ที่เหมาะสมที่สุด

  2. Cost managemnet: การใช้ Multi-Cloud ทำให้ธุรกิจสามารถเลือกใช้ Cloud ที่ดีที่สุดในราคาที่ดีที่สุดเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งาน

  3. Vendors Comparision การใช้ Multi-Cloud ทำให้ธุรกิจสามารถเลือก Vnedors ให้บริการ Cloud ได้หลากหลายมากขึ้น โดยไม้ต้องยึดติดกับเจ้าใดเจ้าหนึ่ง

3.DATA ECOSYSTEM

ในการสร้าง AI ต้องใช้ข้อมูลที่มากและมีประสิทธิภาพพอที่จะใช้งานได้ เทรนด์ Data นี้จะช่วยทำให้เกิด Data Driven เพื่อนำข้อมูลมาใช้ในการดำเนินธุรกิจขึ้นมา ประกอบกับหลักธรรมาภิบาลในส่วนของ Data Cover System ที่ช่วยปกป้องคุ้มครองข้อมูลนั้นก็เป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่ต้องได้รับการกำกับดูแลเช่นกัน

4.CLOUD SECURITY & RESILIENCE

Gartner รายงานว่า ในแต่ละปีระบบที่รันอยู่บน Cloud ของเราจะถูกโจมตีจาก 27% เป็น 36% นั่นทำให้เห็นว่าทาง Cloud Provider ต้องพัฒนาและเสนอ Individual Service ในเชิง Cloud Security System ให้กับ User ใช้งานได้อย่างง่ายขึ้นในทุก ๆ ขั้นทั้ง Data Encryption, Data Transmission, Networking อาทิ Cloud Firewall, Monitoring ที่คอยแจ้งเตือนต่าง ๆ ให้กับผู้ใช้งาน

5.CLOUD FINOPS & SUSTAINABLE CLOUD COMPUTING

หลาย ๆ ธุรกิจเริ่มตั้งคำถามว่าต้นทุนที่ใช้บน Cloud นั้นเหมาะสมกับ ROI ที่ธุรกิจจะได้รับหรือไม่ และนั่นคือสิ่งที่ก่อให้เกิด Cloud FinOps โดยประกอบด้วย 3 ส่วน

  1. Technology Engineer ที่เกี่ยวข้อง: การทำ Cost Optimization on Cloud เช่น Resizing Service, High Performance but Low Cost Service

  2. Business: คำนึงว่าสิ่งที่ใช้บนCloudเนี่ยได้ ROI กลับมาเหมาะสมหรือเปล่า

  3. Finance: ควบคุมต้นทุนที่ใช้บน Cloud ให้อยู่ตามที่กำหนด

6.INDUSTRY CLOUD

Gartner รายงานว่าในปี 2027 องค์กรประมาณ 70% จะใช้ Industry Cloud Platform เพื่อหา Solution ที่เหมาะกับอุตสาหกรรมนั้น ๆ โดยมีส่วนประกอบหลักในการใช้งานคือ AI, Machine Learning ที่จะนำมา Automation ในอุตสาหกรรมของธุรกิจ

7.CLOUD GOVERNANCE

การใช้งาน Cloud ย่อมคำนึง PDPA ในเรื่องของ Govenance, Risk, Compliance เพื่อให้มั่นใจว่าเวลาข้อมูลขององค์กรไปอยู่บน Cloud แล้วจะไม่ถูกนำไปยิงแอดโฆณาหรือถูกนำออกจาก Cloud ไปใช้ในเรื่องอย่างอื่น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทาง Cloud Provider ต้องใช้ PDPA ใน Cloud ของตัวเองเพื่อสร้างความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวให้กับข้อมูลของ User

8.SERVERLESS & PAY AS YOU GO

ฟังก์ชั่นนี้มักจะถูกนำมา Intergarated กับแอปต่าง ๆ Serverless Service จะหลีกเลี่ยงเรื่องการจ่ายค่า Server หรือ Instance ที่เราต้องนำคนไปดำเนินการต่าง ๆ แต่เปลี่ยนเป็นใช้งาน As a Function เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายและตอบโจทย์ในเรื่องของ PAY AS YOU GO

9.REAL-TIME CLOUD COMPUTING

การประมวลผมแบบ Real-time จะช่วยเพิ่มความมั้นใจให้กับ User ได้ว่าหากข้อมูลขององค์กรที่นำไป Real-time streaming จะต้องไม่เกิดการติดขัดใด ๆ โดยตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนคือ Netflix, Gaming เป็นต้น

10.CONTAINERIZATION

เทรนด์นี้เป็นสิ่งที่จะมาทดแทน Modern app โดยสร้างในรูปแบบ Micro Service เพื่อให้ทำ automation ต่าง ๆ ได้สะดวกและปลอดภัยขึ้น

11.CLOUD NATIVE

เรานำไปใช้งานเลยโดยไม่ต้องไปตั้งค่าหรือติดตั้งใหม่ เช่น Cloud Firewall ทั้งนี้ก็เพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้งานให้กับ User ได้มากขึ้นนั่นเองครับ

ก่อนจากกันไป

เป็นไงบ้างครับสำหรับ Top Cloud Computing Trends 2024 เนื้อหาช่วงแรกของงาน AWS re: Invent Recap 2023 ที่เรียกได้ว่าเปิดมาก็มีข้อมูลแบบแน่น ๆ กันเลยทีเดียว แต่อย่าเพิ่งเหนื่อยกันนะครับ เพราะในบทความถัด ๆ ไปผมจะมาเล่าถึงเนื้อหาในส่วน AWS ซึ่งมีทั้ง Service และ Function ใหม่ ๆ ให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกันครับ และขาดไปไม่ได้เลยสำหรับทีม true IDC และ AWS ที่จัดงานดี ๆ แบบนี้ให้กับคนที่กำลังศึกษาคลาวด์อย่างผมให้เข้าใจมากยิ่งขึ้น ขอขอบคุณจากใจจริงครับ ^-^

ไว้เจอกันครับ ขอพระเจ้าอวยพร!

この記事をシェアする

facebook logohatena logotwitter logo

© Classmethod, Inc. All rights reserved.